เพิ่ม ความสำเร็จที่สูงขึ้น ด้วยเทคโนโลยี Blastocyst โดยเลี้ยงตัวอ่อน เป็นเวลา 6 วัน ทำให้การฝังตัวมีความสำเร็จ และ การตั้งครรภ์สูงขึ้น

DBN Infertility
Clinic
DBN Infertility Clinic

เทคนิคเลี้ยงตัวอ่อนระยะ Blastocyst ทำให้การฝังตัวมีโอกาสสำเร็จ และ การตั้งครรภ์สูง

Why Us

ทำไมต้องเรา

Doctor Team

ทีมแพทย์

ทีมแพทย์ของเรามีประสบการณ์ทำงานมายาวนานในการรักษาอาการผู้มีบุตรยากที่โรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย และได้รับการรับรองจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข

นพ.วิสุทธิ์ สุวิทยะศิริ2

นพ.วิสุทธิ์ สุวิทยะศิริ

 แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูติศาสตร์นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

Process

10 ขั้นตอนการรักษาด้วยวิธี Blastocyst

1.การกระตุ้นไข่

ผู้ป่วยจะได้รับยากระตุ้นไข่เพื่อให้รังไข่ผลิตไข่ให้มากขึ้นเพื่อเก็บไข่ไปผสมกับอสุจิ (1ไข่=1ตัวอ่อน=1คน)

ขอรายละเอียด

2.การเก็บไข่

การเก็บไข่หรือการนำไข่ออกจากร่างกายของฝ่ายหญิง 

คนไข้จะได้รับยานอนหลับระหว่างการเก็บไข่ โดยใช้อัลตราซาวน์เป็นเครี่องมือบอกทิศทาง

และใช้เข็มเล็กๆเก็บไข่ผ่านช่องคลอดเข้าสู่รังไข่

ซึ่งมีถุงไข่ที่มีไข่กับน้ำหล่อเลี้ยงไข่อยู่ข้างใน

เข็มเก็บไข่ที่ต่อกับเครื่องดูดจะดูดไข่พร้อมน้ำหล่อเลี้ยงไข่ออกมาทีละใบจนครบทุกใบ

คนไข้อาจจะมีอาการปวดท้องหลังจากการเก็บไข่ แต่จะดีขึ้นภายใน 1 วันหลังจากนั้น

ขอรายละเอียด

3.การเก็บอสุจิ

เก็บอสุจิฝ่ายชายและคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงมีคุณภาพผ่านกล้องจุลทรรศน์

ขอรายละเอียด

4.การปฏิสนธินอกร่างกายแบบอิ๊กซี่
Intracytoplasmic Sperm Injection (ICSI)

คือการหาเชื้ออสุจิที่มีชีวิตสมบูรณ์ดีหนึ่งตัวฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ เพี่อให้เกิดการปฏิสนธิอย่างสมบูรณ์

ขอรายละเอียด

5.การเลี้ยงตัวอ่อนระยะบลาสโตซีสต์

เมื่อไข่ที่ถูกปฏิสนธิเริ่มมีการแบ่งตัวจะเรียกว่าตัวอ่อน ตัวอ่อนจะถูกเลี้ยงในตู้เลี้ยงตัวอ่อนที่ถูกควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ นักวิทยาศาตร์ในห้องปฏิบัติการจะตรวจตัวอ่อนและเปลี่ยนอาหารให้ตัวอ่อนทุกครั้งที่มีการแบ่งเซลล์ เพื่อให้แน่ใจว่าตัวอ่อนอยู่ในสื่งแวดล้อมที่ดี มีการพัฒนาการที่ปกติ   

เฉพาะ บราฟโตซิส

ตัวอ่อนที่พัฒนาไปถึงวันที่ 5 ซึ่งจะมีเซลล์ข้างในตัวอ่อน 200-300 เซลล์ แบ่งออกเป็น สองส่วน คือ ส่วนรอบนอกซึ่งต่อมาจะกลายเป็นรก และ ส่วนด้านใน (inner cell mass) ซึ่งจะกลายเป็นตัวทารกต่อไป  การย้ายตัวอ่อนระยะบลาสต์ถือว่าเลียนแบบธรรมชาติมากกว่า เป็นตัวอ่อนที่พร้อมจะฝังตัวเช่นเดียวกับระยะตัวอ่อนในโพรงมดลูกที่เกิดจากการตั้งครรภ์โดยธรรมชาติ  ทำให้โอกาสการตั้งครรภ์มากขึ้น

ขอรายละเอียด

6.การ Biopsy ตัวอ่อนระยะ Blastocyst

จะต้องใช้นักปฎิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน ที่มีประสบการณ์และความชำนาญ โดยจะดึงเซลส์ส่วนที่เป็น trophectoderm หรือคือส่วนที่จะไปเป็นเซลล์รกเพียง 4-5 เซลส์ออกไปตรวจวิเคราะห์

6.1.การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมก่อนการฝังตัวอ่อนเพื่อที่จะหาจำนวนของโครโมโซมที่ผิดปกติ
การตรวจโดยเทคนิค NGS (Next Generation Sequencing)

ขั้นตอนนี้สำคัญ 2 เหตุผลหลัก

1.ตัวอ่อนบางตัวมีโครโมโซมที่ผิดปกติ เช่น เกิดมาเป็นโรคดาวซินโดม หรือ อวัยวะไม่ครบ32 เราจึงจำเป็นต้องรู้ก่อรใส่ตัวอ่อน

 

2.เราสามารถรู้ว่าตัวอ่อนตัวไหนมีความสามารถพิเศษ เช่น ความฉลาดของสมอง,ความสามารถแข็งแรงทางร่างกาย

ขอรายละเอียด

7.การแช่แข็งตัวอ่อน

การแช่ตัวอ่อนแบบแก้ว (Vitrification) คือการแช่แข็งตัวอ่อนที่ลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วและใช้น้ำยาปกป้องตัวอ่อนที่มีความเข้มข้นที่ดี  ขั้นตอนนี้จะทำให้ตัวอ่อนเกิดเป็นของแข็งที่เหมือนแก้ว เมื่อจะมีการละลายตัวอ่อนเพื่อนำมาใช้ ก็จะมีการละลายอย่างช้าๆ  แล้วนำไปเลี้ยงตัวอ่อนในน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนปกติต่อไป

ประมาณ 98-99% ของตัวอ่อนแช่แข็งจะมีชีวิตสมบูรณ์ หลังผ่านกระบวนการแช่แข็งและละลาย

**เครื่องละ 30 ล้าน

ขอรายละเอียด

8.การย้ายตัวอ่อน

ในวันย้ายตัวอ่อน ตัวอ่อนจะถูกละลายออกมาจากการแช่แข็ง หลังจากนั้นตัวอ่อนถูกย้ายเข้าไปในโพรงมดลูก  แพทย์จะสอดลาสติกเล็กๆที่มีตัวอ่อนอยู่เข้าไปในโพรงมดลูกผ่านทางช่องคลอดและปากมดลูก

ปกติแพทย์จะทำการใส่ตัวอ่อน 1-2 ตัวอ่อน เข้าในมดลูกในเวลาเดียวกัน 
ก่อนย้ายตัวอ่อน ฝ่ายหญิงจะได้รับยาฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลา 12-14 วันตั้งแต่วันที่ 3 ของประจำเดือน จากนั้นจะได้รับยาฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเป็นเวลา 3-5 วันก่อนย้าย ปกติยาโปรเจสเตอโรนใช้สอดในช่องคลอด ในบางครั้งอาจจะมีรูปแบบของยาฉีดร่วมด้วย

โดย DBN จะใช้กล้องร่วมกับการย่ายตัวอ่อน เพื่อ การวางตัวอ่อนในผนังมดลูงตำแหน่งที่สมบูรณ์ที่สุด หลังจากนั้นใช้ “Embryo glue” เพื่อติดตัวอ่อนกับผนังหมดลูก

ขอรายละเอียด

9.หลังจากใส่ตัวอ่อน

จะมีการตรวจติดตามระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

ถ้าระดับฮอร์โมนของเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง ก็หมายถึงอาหารในการที่ตัวอ่อน

จะใช้เพื่อการแบ่งเซลล์ มีปริมาณลดลง ตัวอ่อนแบ่งเซลล์ได้ยากขึ้น ก็อาจไม่สามารถเจาะไช

ไปเชื่อมเส้นเลือดแม่ได้ ก็ทำให้ไม่ตั้งครรภ์

ขอรายละเอียด

10.ตรวจการตั้งครรภ์

ประมาณ 12 วันหลังจากย้ายตัวอ่อน แพทย์จะนัดตรวจการตั้งครรภ์โดยการเจาะเลือด โดยจะตรวจฮอร์โมนของการตั้งครรภ์  ถ้าตรวจพบว่าตั้งครรภ์แพทย์จะนัดตรวจการตั้งครรภ์ทุก 3 วันใน ระยะเริ่มแรก ซึ่งระดับฮอร์โมนของการตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าในทุก 3 วัน

ขอรายละเอียด
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้อง Blastocyst ?

ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ยังเป็นตัวอ่อนระยะเดียวกับที่ตั้งครรภ์เองตามธรรมชาติ เข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก ดังนั้นอัตราการฝังตัวของตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์จึงสูงกว่าการย้ายตัวอ่อนระยะอื่นๆ

การทำ IVF คือ ?

การทำเด็กหลอดแก้วแบบปกติ ขั้นตอนคือแพทย์จะทำการคัดเลือกไข่ที่คุณภาพดีและอสุจิที่แข็งแรงใส่ในจานทดลองเพื่อให้ไข่กับอสุจิปฏิสนธิกัน จากนั้นก็จะนำไปเลี้ยงต่อในห้องทดลองจนกลายเป็นตัวอ่อน แล้วค่อยย้ายกลับฝังในมดลูก

การทำ ICSI คือ ?

การทำเด็กหลอดแก้วที่มีขั้นตอนการคัดเลือกไข่และอสุจิเหมือนกับ IVF ทุกประการ แต่ว่าขั้นตอนการปฏิสนธิแพทย์จะใช้เข็มที่บรรจุเชื้ออสุจิแล้วฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง ทำให้ช่วยลดปัญหาที่ IVF ไม่สามารถทำได้ ทำให้โอกาสการสำเร็จมีมากกว่า

DBN Infertility Clinic

DBN Infertility Clinic

Our Packages

ราคา-ค่าบริการ

การรักษาด้วยวิธี Blastocyst

การปฏิสนธิในหลอดทดลอง
THB560000
THB 350,000
-
  • ฟรี การยิงเลเซอร์ผ่านกล้องจุลทรรศน์ช่วยเจาะเปลือกไข่
  • ฟรี อัลตราซาวด์ตรวจดูฟองไข่ระหว่างการกระตุ้นไข่
  • ฟรี ค่าแพทย์ พยาบาลและวิสัญญีแพทย์
  • ฟรี ยาฉีดประจําวันเป็นเวลา 8 วัน
  • ฟรี การเก็บไข่ รวมยานอนหลับ
  • ฟรี ค่าเตรียมไข่และน้ําอสุจิ
Popular
Scroll to Top